Friday, June 9, 2017

การแยกพอต ย้ายกระถางต้นอ่อนแคคตัส และการดูแลแคคตัสที่พึ่งลงปลูกใหม่ๆ


                     เมื่อเมล็ดแคคตัสที่เราได้เพาะเอาไว้ เริ่มงอกและเจริญเติบโตไปจนถึงระดับนึง ก็ถึงเวลาที่เราจะต้องมาจับเค้าย้ายกระถาง เปลี่ยนดิน เพื่อให้เค้าได้แยกย้ายกันไปเจริญเติบโตตามเส้นทางของแต่ละต้น
 
                     แล้วไอ้ที่ว่าเติบโตจนถึงระดับนึงนั้น มันต้องเติบโตขนาดไหน ต้นอ่อนต้องมีอายุกี่เดือนถึงจะแยกได้ และขั้นตอนในการแยกพอตนั้นมีวิธีการอย่างไรบ้าง และพอแยกเสร็จแล้วจะต้องดูแลต่อไปยังไง  คำถามเหล่านี้เป็นคำถามที่หลายท่านคงสงสัย

                     ซึ่งสำหรับตัวผมนั้น ในการแยกพอตต้นอ่อนแคคตัส ผมจะไม่ได้เอาอายุของต้นอ่อนมาเป็นตัวกำหนดนะครับ แต่สิ่งที่เป็นตัวกำหนดว่าต้นแคคตัสของเรานั้นพร้อมที่จะย้ายพอตได้รึยัง ผมดูที่ขนาดของต้นเป็นหลัก


                       เพราะการเจริญเติบโตของต้นอ่อนแคคตัสนั้น ไม่สามารถระบุแน่นอนได้ว่าอายุเท่าไรจะโตได้ขนาดไหน บางพอตอายุ 4-5 เดือนก็โตพอที่จะแยกได้ แต่บางพอตก็โตช้า อายุ 7-8 เดือนต้นก็ยังไม่โตสักเท่าไร และแม้แต่ในพอตเดียวกัน แต่ละต้นก็ยังโตช้าเร็วไม่เท่ากัน บางต้นโตไวกว่าเพื่อน แต่บางต้นก็โตไม่ทันต้นอื่น ( อาจเพราะวิธีการเลี้ยงของผมยังไม่ดีพอก็ได้มั้ง การเจริญเติบโตของไม้ที่ผมเลี้ยงถึงได้ไม่นิ่งเท่าไร ) เพราะฉะนั้นผมจึงไม่เอาเรื่องเวลามาเป็นตัวกำหนด แต่จะมองที่ขนาดของต้นและความแออัดของพอตเป็นหลัก ยกเว้นในกรณีที่ว่า ต้นยังไม่โตแต่ดันเกิดปัญหาเฉพาะหน้าขึ้นมา อย่างเช่นกระถางล้มคว่ำจนต้นแคคตัสนั้นหลุดออกมาจากกระถาง หรือเกิดปัญหาโรคเน่า โรครา หรือโดนแมลงเข้าโจมตี อะไรแบบนี้ถึงจะเป็นกรณีพิเศษที่ทำให้ต้องแยกพอตเพื่อรักษา แต่ถ้าเค้าปรกติดีไม่ได้มีปัญหาอะไรมารบกวน ผมก็จะดูที่ขนาดของต้นก่อนเลยครับว่าโตพอที่จะแยกได้หรือไม่

                      ซึ่งขนาดของต้นอ่อนที่ผมคิดว่าโตพอที่จะแยกได้แล้วนั้นก็คือตั้งแต่ 1 ซม. ขึ้นไปครับ หรือไม่ผมก็จะดูที่ภาพรวมของพอต ถ้าเห็นว่าต้นอ่อนในพอตนั้นโตจนแน่น เบียดกันจนล้นกระถาง ตัวอย่างตามรูปด้านล่างครับ


เติบโตจนเบียดเสียดกันขนาดนี้ ก็น่าจะได้เวลาแล้วล่ะนะ เพราะมันแน่นจนล้นไปหมดแล้ว

                       แต่บางที ในกรณีที่ต้นอ่อนแคคตัสที่เราเพาะไว้นั้นยังไม่โตเท่าไร จะเลี้ยงต่อไปอีกสักระยะแล้วค่อยแยกพอตก็ยังได้ แต่ดันเกิดปัญหาแทรกซ้อนขึ้นมา อย่างในรูปด้านล่าง


                       ตรงจุดที่ผมใส่ลูกศรชี้เอาไว้ จะเห็นว่าแคคตัสตรงส่วนนั้นมีอาการเน่าตายหลายต้นเลยล่ะครับ ซึ่งถ้าเกิดเหตุการณ์อะไรแบบนี้ขึ้นล่ะก็ ยังไงมันก็จำเป็นต้องแยก เพราะอาการเน่ามันมันได้ลามไปสู้ต้นข้างเคียงด้วย ซึ่งถ้าไม่แยกต้นอื่นๆ ในพอตออกมาล่ะก็ มันจะตายตามกันไปจนหมดแน่นอนครับ

                       ซึ่งในการแยกต้นอ่อนที่มีขนาดเล็กมากๆ นั้น ด้วยความที่ต้นอ่อนที่มีขนาดเล็กมากๆ จะค่อนข้างอ่อนแอ มันก็มีโอกาสที่จะตายได้ง่ายกว่าการแยกพวกต้นใหญ่ๆ เพราะงั้นในการแยกพอตก็ต้องเผื่อใจเอาไว้ให้กับความล้มเหลวด้วยนะครับ แต่ก็ไม่ใช่ว่ามันจะแย่ไปเสียทุกครั้งหรอกนะ เพราะโอกาสที่เค้าจะรอดมันก็มีไม่น้อย อย่างตัวผมเองก็มีหลายครั้งเลยครับ ที่ต้องแยกพอตต้นอ่อนที่มันเล็กมากๆ แต่ก็ผ่านมาได้แบบสบายๆ ต้นอ่อนเจริญเติบโตได้อย่างไรปัญหา เพราะงั้นไม่ต้องไปคิดมากนะครับ อาจจะสำเร็จก็เป็นได้

เกริ่นมาซะยาว เอาเป็นว่าเราไปเริ่มการแยกพอตกันเลยดีกว่าครับ
------------------------------------------------------------------------------------------------

                       สำหรับวิธีการในการแยกพอตแคคตัสนั้น เพื่อความหลากหลาย ผมขอนำเสนอ 2 วิธีด้วยกัน ซึ่งทั้ง 2 วิธีที่นั้น เป็นวิธีการที่ผมเคยทำมาหลายครั้ง และก็รู้สึกโอเคกับทั้ง 2 วิธี เลือกไม่ได้ว่าแบบไหนมันดีกว่ากัน เพราะฉะนั้นผมจะไม่ฟันธงนะว่าแบบไหนมันดีที่สุด เพราะมันแล้วแต่ความชอบส่วนตัวของแต่ละคนด้วย เราอาจจะมองต่างกันก็ได้ ผมอยากให้ท่านดูทั้ง 2 วิธี แล้วเลือกเอาเลยครับว่าท่านชอบแบบไหน ผมแค่มานำเสนอเท่านั้น

Tuesday, April 11, 2017

การขยายพันธุ์ฮาโวเทีย ( Haworthia ) ด้วยการแยกหน่อ ชำหน่อ


                     สวัสดีครับ บทความในคราวนี้จะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการขยายพันธุ์ฮาโวเทีย ( Haworthia ) ด้วยการแยกหน่อ ชำหน่อ ซึ่งวิธีการที่ผมใช้นั้นก็ง่ายๆ เอาเป็นว่าไม่ขอเกริ่นอะไรมากมาย เราเริ่มกันเลยก็แล้วกัน


                      สำหรับต้นฮาโวเทียที่เราจะจับมาแยกหน่อกันในวันนี้นั้น เพื่อความหลากหลาย ผมก็เลยจะใช้ต้นตัวอย่างในการชำหน่อทั้งหมด 3 ต้น 3 สายพันธุ์ที่ต่างกันไป ก็ตามภาพนี้เลยครับ เจ้าพวกนี้คือต้นที่เราจะแยกหน่อมาชำกันในคราวนี้

เรามาลงมือแยกหน่อกันเลยดีกว่าครับ

Sunday, March 19, 2017

Echinopsis subdenudata อิชินอปซิส ดอกสีขาวแสนสดใส


                       สวัสดีครับ วันนี้ผมมีภาพและเรื่องราวของเจ้าแคคตัสอิชินอปซิส ดอกสีขาวแสนสวย ( Echinopsis subdenudata ) มาฝากให้ได้ชมกัน ภาพชุดนี้ผมถ่ายเก็บเอาไว้สักพักใหญ่ๆ แล้ว แต่พึ่งจะว่างเอามาลงนี่แหละ เอาเป็นว่าเราเริ่มเรื่องราวของเจ้ากระบองเพชรต้นนี้กันเลยดีกว่าครับ


                        เจ้าอิชินอปซิสต้นนี้ผมเลี้ยงมาหลายปีแล้วครับ จำได้ว่าตอนที่ได้มาใหม่ๆ นั้น ต้นยังเล็กมาก ประมาณ 3 ซม. ผมซื้อมาจากร้านขายกระบองเพชรแถวๆ บ้าน ราคาในตอนนั้น ต้นละไม่กี่สิบบาทเองครับ ก็ถือเป็นไม้ราคาสบายๆ ซื้อได้แบบไม่ต้องคิดอะไรมาก

                       แต่ตอนนั้นก็ต้องบอกว่าผมยังไม่ค่อยทราบข้อมูลในการปลูกเลี้ยงแคคตัสสายพันธุ์นี้สักเท่าไร เลี้ยงยากหรือง่ายก็ไม่แน่ใจ เพราะตอนนั้นผมยังมือใหม่มากๆ ยังไม่ค่อยมีความรู้เกี่ยวกับแคคตัสสายพันธุ์นี้ เคยเห็นมาบ้าง แต่ยังไม่เคยลองปลูกจริงจัง แต่คือลักษณะต้นของเค้าดูน่าสนใจ ราคาก็ไม่แพง ก็เลยเอามาลองดูสักต้นนึงแล้วกัน เผื่อจะเลี้ยงง่าย แต่ถ้าเลี้ยงยากหรือเลี้ยงแล้วตายก็ไม่เป็นไร ถือเป็นการเรียนรู้ก็แล้วกัน


                      ซึ่งหลังจากที่ได้ลองปลูก ได้มองดูพัฒนาการของเค้ามาตั้งแต่ตอนนั้นที่ยังเล็กๆ จนกระทั่งตอนนี้ที่เค้าเติบใหญ่มีดอกสวยงาม ผมว่าเค้าเป็นไม้ที่เลี้ยงง่าย แข็งแรง อดทนต่อสภาพอากาศได้ดีมาก แถมยังโตเร็วมากๆ อีกตางหาก และออกหน่อเก่งมากด้วยครับ

Friday, February 3, 2017

การตัดลงตอเปเรสเกีย


                      ในบทความที่แล้วเราได้นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับการกราฟต้นอ่อนแคคตัสบนตอเปเรสเกียกันไปพอสมควร แต่ก็ยังไม่ครบถ้วน เพราะยังมีอีกเรื่องเกี่ยวกับไม้กราฟตอเปเรสเกียที่ผมยังอยากจะเขียน นั่นก็คือเรื่องราวของการตัดลงตอเปเรสเกีย มาในบทความนี้ก็เลยจะมาต่อกัน ว่าวิธีการตัดแคคตัสลงจากตอเปเรสเกียที่ผมใช้นั้นมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง และหลังจากที่ตัดแคคตัสลงมาจากตอแล้วเราจะเลี้ยงดูกันยังไงต่อไป

ใครที่ยังไม่ได้อ่านบทความที่แล้วลองเข้าไปอ่านดูได้นะครับ ตามลิงก์ การกราฟต้นอ่อนแคคตัสบนตอเปเรสเกีย ( Pereskiopsis Graft )

                      สำหรับเจ้าแคคตัสที่เราจะมาตัดลงจากตอกันในคราวนี้ก็ตามรูปเลยครับ แต่ก่อนจะเริ่มวิธีการตัดลง ผมขอลงภาพเก่าๆ ของเจ้าต้นนี้สัก 3-4 ภาพ เพื่อย้อนความถึงพัฒนาการของเค้าก่อนนะครับ ว่าที่มาที่ไปของเค้านั้นเป็นยังไง 


เจ้าต้นนี้คือแคคตัสสายพันธ์ ( astrophytum myriostigma variegata ผมเรียกง่ายๆ ว่า มายริโอด่าง ก็แล้วกันนะครับ 

Friday, January 6, 2017

การกราฟต้นอ่อนแคคตัสบนตอเปเรสเกีย ( Pereskiopsis Graft )


                     เมื่อก่อนตอนที่ผมเริ่มสนใจเกี่ยวกับการผสมเกสรและการเพาะเมล็ดแคคตัสใหม่ๆ ผมชอบจับต้นอ่อนแคคตัสที่เพาะเมล็ดเอาไว้มากราฟต่อบนตอ เพราะด้วยความที่ในตอนนั้นอยากรู้เร็วๆ ว่าต้นพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ที่เราซื้อมานั้น เค้าจะให้ลูกที่มีหน้าตาแบบไหน แม่พันธุ์ต้นไหนให้ลูกสวยๆ บ้าง พ่อพันธุ์ต้นไหนจะส่งต่อลักษณะที่น่าสนใจไปสู่รุ่นลูกได้ดีบ้าง ซึ่งถ้าต้องรอดูจากการเลี้ยงในแบบปรกติ กว่าจะรู้คำตอบมันใช้เวลานานเป็นปี การจับต้นอ่อนขึ้นมากราฟเพื่อเร่งการเจริญเติบโตให้เร็วยิ่งขึ้น จึงเป็นทางเลือกที่ผมใช้ เพราะถ้าเรารู้ได้เร็วว่าพ่อแม่ต้นไหนที่ให้ลูกลักษณะดีๆ เราจะได้มีแนวทางในการผสมและพัฒนาสายพันธุ์ต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง ผมคิดแบบนั้น

ต้นอ่อนยิมโนแคคตัส อายุไม่กี่เดือน

                     ซึ่งตอที่เหมาะสมกับการกราฟต้นอ่อนแคคตัสนั้น ด้วยความที่ต้นอ่อนของแคคตัสที่พึ่งจะงอกมาได้ไม่นาน ต้นอ่อนจึงยังมีขนาดที่เล็กมาก ถ้าจับไปต่อบนตอขนาดใหญ่ ขนาดของท่อน้ำเลี้ยงอาจจะไม่สัมพันธ์กัน เพราะฉะนั้นการเลือกตอที่จะนำมากราฟ ผมจึงเลือกใช้ตอที่มีขนาดเล็กเช่นเดียวกัน ซึ่งตอที่ผมเลือกมาใช้ในการกราฟต้นอ่อนแคคตัสอยู่บ่อยๆ นันก็คือตอเปเรสเกีย ( Pereskiopsis ) ครับ

ตอเปเรสเกีย ( Pereskiopsis )

                    สำหรับวิธีการกราฟต้นอ่อนแคคตัสบนตอเปเรสเกีย หรือบางท่านเรียกกันว่าการกราฟเมล็ดนั้น ขั้นตอนที่ผมใช้ก็ไม่ยากแต่ก็ไม่ง่าย เอาเป็นว่าไปดูกันเลยดีกว่าครับ

Wednesday, November 30, 2016

การขยายพันธุ์ต้นม้าเวียนด่างด้วยการชำใบ


                    ในการขยายพันธุ์ต้นม้าเวียน ( Haworthia limifolia ) นั้นมีหลายวิธี เช่นการแยกหน่อ การเพาะเมล็ด และการชำใบ ซึ่งการขยายพันธุ์ด้วยการชำใบเป็นวิธีการที่ผมเห็นแล้วก็รู้สึกว่าน่าสนใจเป็นอย่างมาก ใบม้าเวียนหนึ่งใบ อาจก่อเกิดเป็นม้าเวียนต้นใหม่ขึ้นมาอีกหนึ่งต้นก็เป็นได้ คิดแล้วก็อยากรู้ว่จะเป็นยังไง ผมก็เลยตัดสินใจจับเจ้าม้าเวียนด่างต้นสวยประจำบ้าน มาเด็ดใบแล้วลองทำดูสักตั้ง จนกลายมาเป็นเรื่องราวที่เขียนในวันนี้นี่แหละครับ เอาเป็นว่าไม่ขอเกริ่นอะไรมาก เราไปเริ่มการชำใบม้าเวียนกันดีกว่าครับ


                    สำหรับต้นแม่พันธุ์ม้าเวียนที่ผมเลือกมาชำใบ ก็ต้นในรูปที่เห็นนี่แหละครับ เป็นม้าเวียนด่างต้นหลักของผมเลยต้นนี้

Sunday, November 20, 2016

การตัดลงตอลูกผสม


                       ผมมีแคคตัสแอสโตร มายริโอ ( astrophytum myriostigma ) อยู่ต้นนึง แต่เดิมเคยเป็นไม้ที่ผมกราฟต่อเอาไว้บนตอลูกผสม ซึ่งก็เลี้ยงมานานแล้วครัจำได้ว่าตอนที่กราฟนั้น เจ้าแคคตัสยังต้นเล็กๆ อยู่เลย จากนั้นก็เลี้ยงตอมาเรื่อยๆ จนเติบใหญ่

                          แต่แล้ววันดีคืนดี ตอของเค้าก็เกิดอาการตอเหี่ยว ประกอบกับช่วงนั้นผมไม่ค่อยอยู่บ้าน การดูแลรดนํ้าก็เลยตกหล่นไป สุดท้ายตอของเค้าก็เหี่ยวจนต้นล้มพับอย่างที่เห็นในภาพด้านล่าง


                         จริงๆ อาการตอเหี่ยวของตอลกผสมนั้น เมื่อเราเลี้ยงไปนานๆ มันมีโอกาสที่จะเกิดปัญหานี้ขึ้นมาได้ เพราะตอลูกผสมนั้น เมื่อเราเลี้ยงไปสักระยะเวลานึง รากของเค้าอาจจะเกิดอาการรากทำปม อธิบายตามความเข้าใจองผม ซึ่งถ้าผิดก็ต้องขออภัยด้วยนะครับ อันนี้คือเป็นความเข้าใจของผมที่คิดว่าน่าจะเป็นแบบนั้น อาการรากของตอลูกผสมทำปมก็คืออาการที่ตอลดการส่งอาหารมาเลี้ยงลำต้น แต่สะสมอาหารเอาไว้ที่บริเวณรากแทน ซึ่งไม้ที่มีอาการแบบนี้นั้นเมื่อเราขุดขึ้นมาดูจะเห็นว่ารากบางส่วนจะโต ( รากเป็นปม ) ดูตัวอย่างอาการตอลูกผสมทำปมที่รากในภาพด้านล่างนะครับ


                        ซึ่งเมื่อเค้ามีอาการรากทำปมเกิดขึ้นล่ะก็ ไม้จะชะงัก ตอจะมีอาการเหี่ยวและฟีบลงไปเรื่อยๆ ซึ่งถ้ามีปัญหานี้เกิดขึ้นแล้วล่ะก็ วิธีการแก้ก็คือจะต้องขุดต้นขึ้นมาแล้วตัดแต่งรากที่เป็นปมนั้นทิ้งไป จากนั้นก็ผึ่งให้แผลแห้งแล้วนำกลับไปลงปลูกอีกครั้ง ก็อาจที่จะสามารถฟื้นขึ้นมาเจริญเติบโตต่อไปได้ ซึ่งในกรณีที่ตอยังเหี่ยวไม่มาก เมื่อตัดแต่งรากที่เป็นปมทิ้งไปแล้วลงปลูกใหม่ มีโอกาสมากที่ตอจะกลับมาเต่งตึงสมบรูณ์ได้เป็นปรกติ แต่ถ้าเป็นในกรณีที่ตอเหี่ยวฟีบหนักมากๆ ก็อาจจะฟื้นได้แต่ตอก็จะไม่สมบรูณ์เต่งตึงเต็มร้อย จะซูบไปสักหน่อยแต่ก็ยังพอที่จะเลี้ยงแคคตัสให้เจริญเติบโตต่อไปได้อยู่ครับ